(1) การพิจารณากลั่นกรองใบสมัคร
โดยฝ่ายเลขานุการพิจารณาผู้สมัครจากระบบที่สมัครผ่านเว็บไซต์ DEmark กรณีที่ผู้สมัครมีคุณสมบัติและกรอกข้อมูลครบถ้วน จะแจ้งให้ผู้สมัครนำมาผลงานมาจัดแสดงเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาในวันตัดสินการประกวดในรอบถัดไป
(2) การพิจารณาคัดเลือกรอบที่ 1
คณะกรรมการจะพิจารณาผลงานทุกชิ้นในเบื้องต้นและลงคะแนนเลือกให้ผลงานนั้น (ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน) โดยพิจารณาจากพื้นฐานตามเกณฑ์ทั้ง 5 หมวดในภาพรวม ยกเว้นใน 3 กลุ่มผลงาน (1) กลุ่มผลงานออกแบบตกแต่งภายใน (2) กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (3) กลุ่มผลงานออกแบบระบบบริการและแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้สมัครจะต้องนำเสนอผลงาน (Presentation) แก่คณะกรรมการ ทั้งนี้ผลงานที่ได้รับการโหวตจากคณะกรรมการให้ผ่านครึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมดถือว่าผ่านเข้ารอบสอง
(3) การพิจารณาคัดเลือกรอบที่ 2
คณะกรรมการจะพิจารณาผลงานที่ผ่านเข้ารอบสองโดยพิจารณาให้คะแนน (100 คะแนน) โดยเสนอการใช้เกณฑ์ A B C: ระดับ A = 80 คะแนนขึ้นไป ระดับ B = 70 คะแนนขึ้นไป (หากคณะกรรมการมีความประสงค์พิจารณาผลงานเพิ่มเติม) ระดับ C = 60 คะแนนขึ้นไป ทั้งนี้ผลงานที่มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป ถือว่าสมควรได้รับรางวัล DEmark Award
(4) การพิจารณาคัดเลือกสินค้าที่ได้รับรางวัล BEST DESIGN
โดยคณะกรรมการ DEmark เสนอรายชื่อผลงานในแต่ละสาขา สาขาละ 2 ผลงาน เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ ประเภทรางวัล BEST DESIGN พิจารณาให้รางวัล Prime Minister's Export Award โดยมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติม: มีประสบการณ์ส่งออกไปยังต่างประเทศ หรือหากเป็นผู้ให้บริการด้านการออกแบบจะต้องเคยมีประสบการณ์ในการทำงานให้กับลูกค้าหรือผู้ซื้อในต่างประเทศ หรือแบรนด์ต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
(5) การพิจารณารางวัลพิเศษเพิ่มเติม
โดยพิจารณาจากผู้ได้รับรางวัล DEmark คณะกรรมการจะประชุมลงมติพิจารณามอบรางวัลพิเศษ จำนวน 2 รางวัล คือ รางวัลด้านการออกแบบเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social Impact) และรางวัลนักออกแบบหน้าใหม่ (Aspiring Design) ให้แก่ผลงานรางวัล DEmark ที่มีความโดดเด่น หรือนักออกแบบที่เป็นผู้ออกแบบผลงาน